วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

การปลูกดอกมะลิ


    การปลูกดอกมะลิ




การปลูกมะลิ         

               คน เราทุกวันนี้นิยมใช้ดอกมะลิกันมากในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการบูชาพระ การร้อยมาลัย การจัดพานพุ่มในงานพิธีต่างๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ จะมีการใช้มะลิในแต่ละวันเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้น ดอกมะลิจึงถือเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกเป็นอย่างดี มะลิที่ปลูกเพื่อการขายในปัจจุบันเป็นพันธุ์ มะลิลา” ดอกสีขาวและค่อนข้างจะใหญ่ มีกลิ่นค่อนข้างแรง ตลาดมะลิยังไปได้ดี ไปได้ถึงต่างประเทศ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เยอรมัน เนเธอร์แลนด์ ทั้งในรูปของมะลิสด และมะลิที่แปรรูปเป็นพวงมาลัย พานพุ่ม ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80บาท ต่อ กิโลกรัม ในช่วง หน้าฝนดอกมะลิจะออกสู่ตลาดมาก ราคาอาจจะต่ำไปกว่านี้ ในช่วงหน้าหนาวมะลิจะออกดอกน้อย ราคาก็พุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 400-600 บาท          มะลิ เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพที่เป็นดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีน้ำท่วมในฤดูฝน เกษตรกรควรยกร่องให้สูงพ้นน้ำ หากพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยกร่องสูง แต่ก็จะต้องยกร่องเพื่อการระบายน้ำได้ดี ก่อนนำมะลิลงปลูกเกษตรกรจะต้องมีการปรับปรุงดิน โดนเติมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก  และเสริมด้วยน้ำหมักชีวภาพ ระยะการปลูก หากปลูกชิดทรงพุ่มจะเล็ก ถ้าปลูกห่างทรงพุ่มจะใหญ่ ระยะที่พอเหมาะควรจะเป็น 1  2 เมตร คือ ระหว่างต้น 1 เมตร ระหว่างแถว 2เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 800 กอ มะลิเป็นพืชที่ต้องการน้ำค่อนข้างมาก หากมีการจัดระบบน้ำเป็นสปริงเกลอร์ จะเหมาะสมที่สุด          ภายหลังการปลูกประมาณ 6 เดือน มะลิจะเริ่มให้ผลผลิตแล้ว แต่จะยังมีปริมาณไม่มาก เมื่อมะลิออกดอก เกษตรกรจะต้องเก็บดอกเรื่อยๆ พยามอย่าให้ดอกค้างบนต้น เพราะถ้าดอกค้างอยู่ดอกใหม่จะไม่ค่อยสมบูรณ์ เป็นดอกเล็ก ภายหลังจากการเก็บดอกแล้วมะลิจะให้ดอกสม่ำเสมอ ต้องเก็บดอกทุกวัน เกษตรกรต้องวางแผนให้เหมาะสม จะปลูกในพื้นที่กี่ไร่ ใช้แรงงานเก็บเกี่ยวกี่คน หากระทำกันในครัวเรือน บนพื้นที่ 1-2ไร่ ก็เพียงพอแล้ว มะลิเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ก่อนปลูกต้องคำนึงถึงแหล่งน้ำ จะต้องเสริมด้วยปุ๋ยหมักน้ำทุก 7 วัน และให้ปุ๋ยแห้งทุก 15 วัน มะลิหากได้รับการดูแลดีๆ บนพื้นที่ 1 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวได้ถึง 10 กิโลกรัมต่อวัน หากราคากิโลกรัมละ 50 บาท ก็จะมีรายได้วันละ 500 บาท หากปลูก ไร่ ก็มีรายได้วันละ 1,000 บาท          สภาพร่อง การปลูกมะลิจะต้องเป็นแบบหลังเต่า จะทำให้ระบายน้ำได้ดีในฤดูฝน ศัตรูที่ชอบกัดกินมะลิคือ เพลี้ยใบ และหนอนเจาะดอก เกษตรกรจะต้องป้องกันด้วยการฉีดสารสมุนไพรไล่แมลงเป็นระยะ ๆ โดยเฉาะช่วงหน้าร้อน การให้น้ำแบบสปริงเกลอร์จะช่วยป้องกันแมลงได้ หากเกษตรกรปล่อยน้ำตั้งแต่ตอนเย็นจนถึงพลบค่ำ เพราะแมลงจะออกหากินในตอนกลางคืนและวางไข่ตอนกลางคืน โดยเฉพาะตอนพลบค่ำ          มะลิมีอายุการให้ผลิตไม่จำกัดเวลา อยู่ที่การดูแล บางส่วนแค่ 4-5 ปีก็หมดสภาพแล้ว บางส่วนเก็บเกี่ยวได้ถึง 20 ปี เกษตรกรบางรายเก็บดอกมะลิแล้วนำมาร้อยเป็นมาลัยหน้ารถ วางขายริมทางก็สร้างรายได้เพิ่มมูลค่าได้ถึง 3 เท่าของราคามะลิดิบ ผู้ที่ประสงค์จะปลูกมะลิต้องหลีกเลี่ยงสารเคมีโดนเด็ดขาด เนื่องจากมะลิเป็นพืชที่ผู้บริโภคต้องการกลิ่น หากมสารเคมีเจือปนจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค การตัดแต่งกิ่งหรือการทำสาว ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่ทำให้ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องได้โดยทั่วมีผลต่อการออกผลผลิต และช่วยขจัดโรครา เมื้อสิ้นฤดูกาลหนึ่งๆ เกษตรกรจะต้องคอยตรวจตราทรงพุ่ม ทำการตัดแต่งให้โปร่ง กิ่งใดที่แก่เกินไปต้องตัดทิ้ง เพื่อให้กิ่งใหม่เกิดขึ้น มะลิเป็นพืชที่สร้างรายได้ให้แก่ผู้ปลูกทุกวัน ต้องการรายได้วันละ 500 บาท ต้องปลูกมะลิ 1 ไร่  ต้องการรายได้วันละ 5,000 บาท ต้องปลูกมะลิ 10 ไร่ ต้องการรายได้วันละ50,000 บาท ต้องปลูกมะลิ 100 ไร่ 

อ้างอิง : การปลูกมะลิ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น